creativity and innovation

What business will yield a return of a hundred thirty fold?
ธุรกิจอะไรที่จะให้ผลตอบแทนกลับมาได้ถึง 130 เท่า

Let us look at one of the assignments given to students at Stanford University.
มาดูงานชิ้นหนึ่งที่นักเรียนจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้รับมอบหมายกันดีกว่า

Professor Tina Seelig who taught Creativity and Innovation gave 14 teams of her class the assignment. Each team received 5 dollars of “seed funding” . The groups were given a week to complete the assignment, but they had only two hours to generate as much money as possible. After the end of the week ,each team had 3 minutes to present their project presentation to the class.
ศาสตราจารย์ทีนา ซีลิก ซึ่งสอนวิชานวัตกรรมสร้างสรรค์ที่ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ให้โจทย์นี้กับนักศึกษาที่ถูกแบ่งเป็น 14 ทีม ทุกทีมจะได้รับเงินห้าเหรียญเป็นเงินประเดิม แต่ละกลุ่มจะมีเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่จะทำงานที่ได้รับมอบหมายนี้ให้สำเร็จ แต่พวกเขาจะมีเวลาเพียงสองชั่วโมงในการที่จะหาเงินให้ได้มากที่สุด และเมื่อสิ้นสุดหนึ่งสัปดาห์แล้วแต่ละทีมมีเวลารายงานเสนอแผนงานต่อชั้นเรียนเป็นเวลา 3 นาที

“What would you do if you were given this challenge?”
คุณจะทำอะไรถ้าคุณได้รับในสิ่งที่ท้าทายนี้

Here are what some of the teams did with their 5 dollars seed funding.
นี่คือสิ่งที่บางทีมได้ทำลงไปกับเงินประเดิม 5 ดอลลาร์

One team decided to use their 5 dollars to buy lemons and sugar to set up a lemonade stand in front of the University.
กลุ่มหนึ่งตัดสินใจที่จะใช้เงิน 5 ดอลลาร์ของพวกเขาไปซื้อมะนาว น้ำตาลมาทำน้ำมะนาวขายหน้ามหาวิทยาลัย

The next team was charging $1 for every bicycle tire they inflated. However, they found out that asking for donations could generate more income and therefore turned to asking people for donations instead.
กลุ่มต่อมารับจ้างเติมลมยางรถจักรยานหน้ามหาวิทยาลัยคิดเงินคันละหนึ่ง เหรียญ จนกระทั่งพวกเขาค้นพบว่า ถ้าขอเป็นเงินบริจาคจะมีรายได้เยอะกว่าเลยเปลี่ยนมาขอรับเป็นเงินบริจาคแทน

However, the third team had come up with a more creative way to answer this assignment. They decided to work on Friday night. Knowing that dining at many famous restaurants needed reservations and lining up could be for hours, the group therefore drove the girls in their group to these restaurants and left them in the lines in front of the restaurants. The girls then sold their places in the line to walk-in customers for $20 each. They made several hundred dollars after two hours.
กลุ่มที่สามมีความคิดที่สร้างสรรค์กว่าที่จะทำงานที่ได้รับมอบหมายนี้ พวกเขาตัดสินใจที่จะไปทำงานในคืนวันศุกร์ เพราะรู้ว่าอาหารมื้อเย็นของบรรดาภัตตาคารดังๆจะต้องมีการจองล่วงหน้าและต่อแถวคอยซึ่งอาจจะใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ กลุ่มนี้จึงให้บรรดาสาวๆในกลุ่มไปที่ภัตตาคารเหล่านี้เพื่อเข้าคิวต่อแถวหน้าภัตตาคาร แล้วสาวๆเหล่านี้ก็จะขายคิวที่จองให้กับลูกค้าที่เดินเข้ามารายละ20 ดอลลาร์ พวกเขาทำเงินได้หลายร้อยดอลลาร์ในเวลาสองชั่วโมง

However , the winning team that made the most money brought in as much as $650 within 2 hours, making a total profit of a hundred thirty fold without touching their initial $5 at all.
อย่างไรก็ตาม ทีมที่ชนะทำเงินได้มากถึง650 ดอลลาร์ในเวลา 2 ชั่วโมง ทำกำไรได้ถึง 130 เท่าโดยไม่ได้ใช้เงินประเดิม 5 ดอลลาร์นั้นเลย

How could they do it?
พวกเขาทำได้อย่างไร

This winning team stated that while they were in one of their group meetings, some of them said that they should spend the money on “a lottery ticket”, and some said “Let’s go to Las Vegas” etc.
ทีมที่ชนะนี้บรรยายว่าในขณะที่พวกเขาประชุมกันในกลุ่ม บางคนก็บอกให้ไปซื้อลอตเตอรี่ บางคนก็บอกให้ไปเล่นการพนันที่ลาส เวกัส ต่างๆนานา

But in the end, everyone in the group voted that they would do best by selling “time”
แต่สุดท้าย ทุกคนในกลุ่มก็ลงคะแนนว่าพวกเขาจะทำได้ดีที่สุดด้วยการขาย “เวลา”

They all came to the conclusion that the best “seed funding” that the professor had given them for this assignment was not $5 but rather their “3 minutes”, the 3 minutes presentation in front of the class full of hundreds of Stanford students.
พวกเขาทั้งหมดสรุปว่าทุนประเดิมที่อาจารย์ให้พวกเขามานั้นกับการทำงานนี้ไม่ใช่เงิน 5 ดอลลาร์ แต่เป็นเวลา 3 นาทีในการนำเสนอต่อหน้าชั้นที่เต็มไปด้วยนักศึกษาแสตนฟอร์ดหลายร้อยคน

After coming up with the idea of selling their “3 minutes”, they started out searching for a company that wanted to use these 3 minutes to advertise their products.
หลังจากได้ไอเดียในการขายเวลา 3 นาทีของพวกเขา พวกเขาก็เริ่มต้นหาบริษัทที่ต้องการจะใช้เวลา 3 นาทีนี้โฆษณาผลิตภัณท์ของพวกเขา

As a result, on the presentation day, the winner group didn’t have to do anything apart from 1) listening to other groups’ presentations 2) listening to the company’s products presentation and 3) receiving the $650 for their 3 minutes.
ผลลัพธ์คือ ในวันที่มีการนำเสนอ กลุ่มที่ชนะไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจาก ฟังกลุ่มอื่นๆนำเสนอ และฟังการนำเสนอผลิตภัณท์ของบริษัท และ รับเงิน650 ดอลลาร์สำหรับเวลา 3 นาทีของพวกเขา

Everyone was smiling; the company for the good opportunity to have their products advertised, all the students , the professor who had the biggest smile for her students’ talents and their excellent work on creativity and innovation problems.
ทุกๆคนยิ้ม บริษัทยิ้มที่มีโอกาสดีในการโฆษณาผลิตภัณฑ์ของเขา นักเรียนทุกคนก็ยิ้ม และอาจารย์ที่ยิ้มมากที่สุดในความหลักแหลมของนักศึกษาของเขาตลอดทั้งผลงานอันยอดเยี่ยมในการแก้ปัญหาแห่งการสร้างสรรค์และนวัตกรรม

Creativity รังสรรค์ ประดิษฐ์ สร้างสรรค์
Innovation นวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงใหม่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: